Articles - General

พี่เลี้ยงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะพี่เลี้ยงต้องอยู่ใกล้ชิดลูก ถ้าได้พี่เลี้ยงดีคุณแม่ก็เบาแรงไปโข ถ้าได้พี่เลี้ยงไม่ดีก็กลุ้มใจกันไปจนกว่าจะหาคนใหม่ได้หละค่ะ 

พี่เลี้ยงในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1. พี่เลี้ยงศูนย์ดีๆเดี๋ยวนี้เริ่มต้นกันที่ 10,000 บาทซึ่งไม่ถูกเลย และไม่ได้มีอะไรรับประกันว่าพี่เลี้ยงจะทำได้ถูกใจ พี่เลี้ยงดีๆมีไปถึงราคาเดือนละ 15,000 บาท วันหยุดอาทิตย์ละ 1 วัน ถ้าให้ทำวันหยุดเพิ่มเงินวันละกี่ร้อยก็ว่ากันไป แต่ไม่ใช่ว่าพี่เลี้ยงจากศูนย์แล้วจะได้มาตรฐานนะคะ ไม่เสมอไปและบอกเลยว่า"ส่วนใหญ่"ไม่ได้มาตรฐาน ปรกติศูนย์จะพาเด็กมาส่งหรือเราไปดูเด็กถึงศูนย์ สัมภาษณ์ถ้าไม่ถูกใจก็อย่าเอามา ถ้าได้คนที่"น่าจะอยู่ได้"คุยกันล่วงหน้าเลยว่าลองงานถ้าทำแล้วไม่ชอบงานหรือนายจ้างไม่ถูกใจก็ไม่ต้องฝืนใจอยู่ ต้องให้สบายใจทั้งสองฝ่าย ถึงเวลาแล้วอยู่ไม่ได้ก็ให้ค่ารถเค้านิดหน่อยกลับศูนย์ 

ถ้าศูนย์บอกว่าเป็นเด็กมีประสบการณ์เรียกเงินแพงแล้วคุณพอใจที่ราคานั้นก็ต้องมั่นใจว่าเด็กทำได้อย่างที่ศูนย์บอก ทั้งนี้คำถามที่จะช่วยได้เช่น เลี้ยงน้องมากี่คน น้องอายุเท่าไหร่ ทำอาหารเสริมให้น้องมั๊ย พับผ้าอ้อมเป็นมั๊ย คำถามที่สำคัญที่สุดคือ เล่าให้ฟังหน่อยว่าตั้งแต่เช้าจรดเย็นทำอะไร มีกิจวัตรอะไรบ้าง คำถามนี้เราจะรู้เลยว่าเค้าเลี้ยงเด็กมาจริงหรือเปล่า 

2. เด็กใหม่เอามาฝึกเป็นพี่เลี้ยง หลายคนหันมาใช้พี่เลี้ยงทางเลือกคือหาเด็กมาฝึกเอาเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นพื้นฐานที่ต้องดูคือเป็นคนรักเด็ก รักสะอาด ส่วนอื่นๆที่ไม่เป็นสอนกันได้ไม่ว่าจะเป็นพับผ้าอ้อม อาบน้ำ การเตรียมอาหารเด็ก คุณแม่ไม่ควรลืมพาพี่เลี้ยงตรวจร่างกายตรวจเลือด เปลืองค่าใช้จ่ายขึ้นมาอีกนิดแต่ปลอดภัยกับลูกเล็กเพราะเค้าต้องอยู่กับลูกเราทั้งวัน 

การสังเกตพี่เลี้ยงที่ไม่ควรเลือกมาเลี้ยงลูก

1. ติดโทรศัพท์ คุยทั้งวันอันนี้ยอมไม่ได้ ตกลงกันให้ดีว่าคุยแต่เรื่องสำคัญวันนึงให้คุยตอนที่มีคนดูน้องแล้วถึงคุยโทรศัพท์วันละครึ่งชั่วโมง-ชั่วโมงนึง ถ้าประเภทซักผ้าไปคุยโทรศัพท์ไป หรือปล่อยน้องนั่งเล่นแล้วตัวเองคุยโทรศัพท์ไม่เวิร์คค่ะ แบบนี้เราไม่เลี้ยงพี่เลี้ยงเด็ก เราเรียกว่าพี่เฝ้าเด็กคือนั่งดูลูกไม่ให้เอามือแหย่ปลั๊กเท่านั้น ไม่ได้เลี้ยงไม่ได้สอน

2. ติดทีวี ชอบดูทีวีเป็นกิจวัตร จะทำให้ลูกติดทีวีไปด้วย แล้วเวลาพี่เลี้ยงดูทีวีก็จะไม่ได้เล่นไม่ได้สนใจลูก แบ่งเวลาให้ดูวันละไม่เกินหนึ่งชั่วโมง 

สำหรับคนที่ใช้แรงงานต่างด้าวต้องคำนึงถึงเรื่องภาษาด้วย ถ้าพูดเพี้ยนมากลูกมีโอกาสเพี้ยนตาม ทางเลือกที่หลายคนเลือกคือให้พี่เลี้ยงต่างด้าวพูดภาษาต่างด้าวกับลูกเลย นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่เลว แม้ภาษานั้นๆไม่ว่าจะเป็น พม่า ลาว เราจะไม่ค่อยได้ใช้แต่สมองของลูกได้พัฒนา ลูกได้เรียนรู้ว่า ผู้หญิงคือภาษาไทย ถ้าภาษาพม่าคือ เย่าจาเลย์ ในขณะที่แม่ควรใกล้ชิดลูกเพื่อลูกจะได้ภาษาไทยที่ชัดเจน

เมื่อได้พี่เลี้ยงถูกใจก็ต้องรักษากันไว้ดีๆ ถ้าได้คนต่างด้าวก็ทำบัตรให้จะได้ใจเค้ามากๆ ตกลงกันซะให้ดีว่าถ้าอยู่ครบปีค่าบัตรเราออกให้ หรือจะออกคนละครึ่งอะไรก็ว่าไป แต่ส่วนใหญ่ที่เจอมาคือถ้าจะหักเงินเดือนเค้า(ซึ่งไม่มากอยู่แล้ว)เพื่อเป็นค่าบัตรเค้าจะไม่อยู่ เจอมาหลายครอบครัวแล้วเสียพี่เลี้ยงดีๆไปเพราะไปคิดเล็กคิดน้อยกับเงินพันสองพัน พึงคิดไว้เสมอว่าถ้าไม่ใช่คนนี้เราจะหาคนดีกว่านี้ให้ลูกได้หรือเปล่า ถ้าเค้ามีญาติพี่น้องอยู่เมืองไทยพยายามหาโอกาสไปเจอไปรู้จัก ให้ญาติเค้ารู้ว่าเจ้านายเป็นคนดี ถึงเวลาเค้าอยากออกญาติๆจะช่วยกันบอกว่าอย่าออกเลยเจ้านายดีๆอย่างนี้หาไม่ง่ายนะ 

การให้พี่เลี้ยงดูแลลูกเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ ไม่ใช่ทำหน้าที่แทนแม่ ฉะนั้นให้พี่เลี้ยงช่วยดูแลเรื่องชีวิตประจำวัน แต่สำหรับเรื่องการสอนลูก การให้ลูกซึมซับสิ่งที่ดีเป็นสิ่งที่แม่ต้องปลูกฝัง เพราะลูกคือลูกเราไม่ใช่ลูกพี่เลี้ยงจะให้ไปนิสัยเหมือนพี่เลี้ยงคงไม่ดี เวลาเล่นเวลาพูดทำให้พี่เลี้ยงเห็นว่าคุณเอาใจใส่ อ่อนหวานกับลูก สอนพี่เลี้ยงให้ทำกิริยาแบบนี้จนติดเป็นนิสัย คอยสอนพี่เลี้ยงเวลาเล่นกับน้องให้เล่นอย่างสร้างสรรค์แต่สร้างสรรค์ยังไงคุณแม่ก็ต้องสอนพี่เลี้ยง ทำให้เค้าดู เช่นเล่นบล็อกหยอดก็หมั่นบอกน้องนะว่าอันนี้สีแดง สีเขียว สีเหลือง หรือ รูปทรงแบบนี้กลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม 

ถึงจะอย่างไรอย่าวางใจปล่อยลูกไว้กับพี่เลี้ยงลำพัง เพราะเมื่อมีอะไรขึ้นไม่คุ้มกันเลย จำให้แม่นว่าพี่เลี้ยงคือผุ้ช่วยเลี้ยงลูกไม่ใช่แม่ ยังไงลูกต้องการแม่มากที่สุด เมื่อไหร่ที่ลูกติดพี่เลี้ยงมากกว่าแม่คุณต้องพิจารณาตัวเองนะคะ